" บึงระเพ็ด "
ถ้าพูดถึง บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ใครๆคงรู้จัก รวมทั้งผมคนหนึ่ง ตอนเด็กๆคุณครูเคยสอนว่า บึงบอระเพ็ดเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ความรู้กับบึงบอระเพ็ดของผมมีเพียงแค่นั้น ไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีต้นทุนทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีปลาหลากหลายสายพันธุ์ มีนกมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะที่นี่มีการสำรวจพบ " นกเจ้าฟ้าสิรินทร " ที่เป็นสัตว์หายาก รวมทั้งสัตว์พันธุ์อื่นๆมาอาศัยอยู่กว่า 200 ชนิด และที่นี่ยังเป็นที่อพยพของนกเป็ดน้ำและนกอพยพอื่นๆ จำนวนมาก ซึ่งจะมาอาศัยอยู่ประมาณเดือนพฤษจิกายนถึงมีนาคมของทุกปี บึงบอระเพ็ดเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ อยู่ในท้องที่สามอำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง
การเดินทางครั้งนี้ ผมได้มีโอกาสไปกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและผู้แทนสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ ในนามของนิตยสาร Camerart ในฐานะสื่อสารมวลชน ซึ่งวันนี้มีการเปิดงาน " เที่ยวหัวใจใหม่ บึงบอระเพ็ด สวรรค์ของนกน้ำ " การเดินทางครั้งนี้มีผู้ร่วมคณะกว่า 70 ชีวิต ระหว่างทางก็ได้มีการแนะนำตัว มีตัวแทนจาก ททท. และนักวิชาการต่างๆ ได้แนะนำจุดประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้ และแนะนำอุปกรณ์การดูนก ผมเดินทางไปถึงบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ เกือบสิบโมงเช้า พอมาถึงได้ล่องเรือชมนกเป็นโปรแกรมแรก ได้แบ่งเรือออกเป็น 5 ลำ ผมโชคดีได้นั่งเรือลำเดียวกับ Bird Leader ประจำทริปนี้ คอยชี้และแนะนำนกชนิดต่างๆ ซึ่งช่วงเช้าโชคดี ได้เจอนกอ้ายงั่วที่หาค่อนข้างยากของบึงบอระเพ็ด ใช้เวลาเดินทางล่องเรือชมนกช่วงเช้าประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะสิบโมงครึ่ง ต้องไปให้ทันงานแถลงข่าว ที่ห้องประชุมเสือพ่นน้ำ มีสื่อมวลชนมาจากหลายสื่อ งานนี้นายปองพล อดิเรกสาร อดีตนักการเมืองผู้มีผลงานด้านนักเขียนและช่างภาพ ผู้เสนอแนวคิดให้บึงบอระเพ็ดเป็นนครหลวงของของนกน้ำ เป็นประธานในงานนี้ รวมทั้ง ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายสุรพล เศวตเศนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย และ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว ในงานได้พูดถึงการพัฒนาบึงบอระเพ็ดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้น ได้แนะนำคู่มือ "ดูนกชมบึงบอระเพ็ด" และถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆเกี่ยวกับบึงบอระเพ็ด ฯลฯ หลังจากเสร็จพิธีเปิดงานก็ได้พาคณะสื่อสารมวลชนและตัวแทนการท่องเที่ยวไปรับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารแพบึงบอระเพ็ด (ภัตตาคาร โกยี สาขา 2 ) ที่อยู่ในบึงบอระเพ็ด
กิจกรรมช่วงบ่ายได้พาสื่อสารมวลชน เข้าชม อุโมงค์ปลา และอะควาเรียมแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด รวมทั้งชมภาพยนตร์ 3 มิติ ภายในมีการจัดแสดงสัตว์น้ำหลากหลากพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในบึงบอระเพ็ด รวมทั้งปลาสวยงามจากที่อื่นๆด้วย ต่อจากนั้นก็พาไปชมการแสดงจระเข้แสนรู้ ก่อนออกเดินทางไปล่องเรือช่วงบ่าย ใช้เวลาเดินทางออกจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ดไปยัง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอเพ็ด ประมาณครึ่งชั่วโมง ที่นี่เป็นส่วนของบึงบอระเพ็ดด้านใต้ ก่อนลงเรือมีการแนะนำเจ้าหน้าที่อุทยานฝ่ายต่างๆ พร้อมคำแนะนำการดูนก หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันลงเรือ แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ เหมือนเดิม การเดินทางครั้งนี้ผมได้มีโอกาสลงเรือร่วมกับคุณดวงดาว สุวรรณรังษี เจ้าของนิตยสาร Nature Explorer ผู้ที่ร่วมจัดงานในครั้งนี้ คอยให้ความรู้เกี่ยวกับนกต่างๆ พร้อมทั้งชี้เป้าให้ผมอย่างเป็นกันเองอีกด้วย ช่วงบ่ายมีเวลาล่องเรือเกือบสองชั่วโมง ได้ความรู้ต่างๆมากมาย คุณดวงดาวบอกว่า เสียดายที่เกิดวิกฤตการน้ำท่วม ทำให้ต้นไม้และบัวแดง หายไป แต่อีกไม่นานทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม หลังจากล่องเรือเสร็จก็มีการสาธิตการติดแท็กเครื่องหมายสำหรับนก พร้อมกับถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก ก่อนออกเดินทางต่อ ไปยังจังหวัดสิงห์บุรีเพื่อรับประทายอาหารเย็นที่ร้านแม่ลาปลาเผา ร้านดังของที่นี่ ระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้มีการสรุปของการเดินทางในครั้งนี้จากวิทยากรต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนและผู้แทนสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวกล่าวขอบคุณผู้จัดงานในครั้งนี้ด้วย
ไปนครสวรรค์ครั้งนี้ได้ความรู้กลับมามากมาย ได้รู้จักบึงบอระเพ็ดมากขึ้น ไม่ใช่แค่เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกต่อไป แต่เป็นแหล่งความรู้มากมายให้เราได้ค้นหา ไม่ว่าจะเป็น นกชนิดต่างๆ ปลาหลากหลายสายพันธุ์ วิถีชีวิตชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆบึง และองค์ประกอบอื่นๆอีกหลายสิ่ง ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วิทยากรทุกๆท่าน คุณโอ๋ที่เป็นเพื่อนร่วมทริปที่ดีตลอดการเดินทาง รวมทั้งนิตยสาร Camerart ที่ให้โอกาสสำหรับในการเดินทางครั้งนี้ด้วย ขอบคุณครับ




ตอบพร้อมอ้างข้อความ


Bookmarks