ประสบการณ์ครั้งแรกกับการถ่ายพลุ
เกิดมายังไม่เคยถ่ายพลุ บอกใครๆก็ไม่เชื่อ ถ่ายอะไรมาแล้วหลายอย่าง ยังไม่เคยลองซักที วันนี้มีโอกาสว่างๆ เลยไปขอลองซักหน่อย คว้ากล้องออกไปงานที่สวนหลวง ร.9 พอดีได้ข่าวจากตี๋ สมาชิกท่านหนึ่งในคาเมราทว่าวันนี้จะมีการจุดพลุ ไปถึงประมาณ 4 โมงกว่าๆ พอไปถึงรีบโทรหาเพื่อนตี๋มาเป็นแนวร่วมซักหน่อย เพื่อนตี๋วันนี้ดันติดงานกระทันหันเลยไม่ได้มา แต่บอกว่าวันนี้มีสมาชิกอีก 2 คนมาคือ พี่โจ๊กกับเฮียหมู เป็นโปรถ่ายพลุทั้งสองคนเลย รีบโทรหาพี่โจ๊กบอกให้ตามมาที่หอรัชมงคล สองคนไปตั้งป้อมรอเวลาอยู่ที่นั่น ผมเลยรียตามไปสมทบ พอไปถึงโปรทั้งสองกำลังนั่งเม้าท์กันอยู่ เห็นแล้วโล่งอก รอดแน่ๆวันนี้ยังไงก็ต้องถ่ายพลุได้แน่นอนมีพี่เล้ยงถึงสองคน ผมรีบถามวิธีการถ่ายจากโปรหมู โปรท่านบอกว่าถึงเวลาเดี๋ยวค่อยบอก ง่ายๆถ่ายไม่ยากหรอก สอนแป๊ปเดียวก็เป็นแล้ว โปรหมูจึงเดินออกไปดูมุมถ่ายภาพ ปล่อยให้ผมนั่งอยู่กับโปรโจ๊กกันสองคน หลังจากนั้นไม่นานโปรหมูก็โทรให้ตามมาที่หน้าเวที วันนี้จะจุดที่สนามราษฏร์ ถ้าอยู่มุมหน้อหอฯไม่เห็นแน่ๆ เพราะไกลมาก ผมกับโปรโจ๊กเดินไปหาโปรหมู ภาพที่โปรหมูไปตั้งป้อมรอเป็นสนามโล่งมีเด็กมาเล่นว่าว วิ่งเล่นกันเต็มไปหมด ผมนึกในใจนี่เหรอว่ะพลุแรกในชีวิตตรู บรรยากาศงานวัดมากๆ ฉากหน้าสับสนวุ่นวายไปหมด เสียงเพลงดังมาก ผมรีบโทรหาน้องชายสุดเลิฟ เป้วจีที ที่เคยมาถ่าย ผมถามถึงเรื่องมุม น้องชายผมบอกว่าวันนั้นจุดอยู่ที่ริมสระน้ำ ยังไงไปอยู่ริมน้ำไม่เห็นแน่ๆ สองจิตสองใจ โปรโจ๊กบอกกับผมว่าไปหามุมอื่นดีกว่า อยู่ตรงนี้ถ่ายไปก็ไม่สวย เลยทิ้งโปรหมูไว้อยู่คนเดียว (ไม่รู้ว่าจะงอนหรือป่าว 555) เอาแล้วซิ ตอนนี้ชีวิตผมต้องต้องแขวนไว้กับเส้นด้ายบางๆกับโปรโจ๊ก ซึ่งในคาเมราทรู้กันอยู่ว่า โปรโจ๊กเนี่ยฮาอย่างเดียว เอาสาระกับแกไม่ได้แหงๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้วเป็นไงเป็นกัน ผมกับโปรโจ๊กเดินไปหามุมที่อื่น ถ้าไม่ได้ค่อยเดินกลับไปที่หน้าเวที เดินไปเรื่อยๆ ไปถึงสวนญี่ปุ่น โปรโจ๊กบอกจะตั้งหลักปักฐานอยู่ตรงนี้แหละ ผมมองแล้วข้างหน้ามันมีต้นไม้เป็นแนวบังอยู่ โปรโจ๊กบอกว่าขอแค่มันขึ้นมาสูงๆพ้นยอดไม้ซักลูกก็พอใจแล้ว เอาละซิโปรโจ๊กเล่นตรูซะแล้ว ผมจึงบอกว่าเดี๋ยวจะลองไปดูมุมที่อื่นดู ฝากกล้องไว้ก่อน ผมเลยเดินมาทางเก่า ไปได้มุมเงาสะท้อนน้ำอยู่กลางสะพาน ผมจึงรีบเดินกลับไปหาโปรโจ๊ก ตามให้มาถ่ายมุมนี้ดีกว่า โปรโจ๊กมาถึงเดินสำรวจดูรอบ บอกว่าไม่โอเค เงาน้ำมันน้อย ไม่ผ่านๆ มุมนี้ใช้ไม่ได้ โปรโจ๊กบอกว่่าจะกลับไปอยู่ที่เดิม ผมเลยตัดสินใจจะอยู่ตรงนี้แหละ เอามุมนี้ โปรโจ๊กก็เดินจากไป ผมลืมนึกไปว่ายังเซทกล้องไม่เป็นเลยนี่หว่า เลยตะโกนถามโปรโจ๊กว่าถ่ายยังไง ท่านโปรก็ตะโกนกลับมาว่า โหมด B F11 4วิ iso100 แล้วก็เดินจากไป ได้วิชามาแค่นี้จะรอดมั๊ยเนี่ย จะเดินกลับไปหาโปรหมูกลัวจะไม่ทันเพราะใกล้เวลาที่จะจุดพลุแล้ว เป็นไงเป็นกัน ได้แต่ไหนก็เอาแค่นั้นหละว่ะ นึกถึงคำพระที่ว่า "อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ" ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนผมจึงจัดแจงเซทกล้องตามที่โปรโจ๊กบอกไว้ หามุมที่ต้องการ อีกไม่นานหลังจากที่ประธานทำพิธีเปิดเสร็จ พลุก็เริ่มจุดอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผมก็ได้แต่กด กด กด กด กด ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้วนี่น่า พลุใช้เวลาจุด(รัวแบบไม่มีพัก) ประมาณห้านาที พอพลุหมด ผมมานั่งดูรูป กดไปประมาณยี่สิบรูป เน่าสนิทเกือบทุกรูป แทบจะร้องไห้ นี่เหรอว่ะพลุครั้งแรกของตรูนั่งทำใจอยู่ซักพัก เลยเดินตามมาสบทบกับโปรทั้งสอง ระหว่างทางที่เดินออกจากสวนหลวงไปขึ้นรถสองแถว ก็คุยเรื่องนี้ โปรโจ๊กบอกว่ามุมที่อยู่พลุมันโผล่มาเลยยอดไม้นิดเดียว ส่วนโปรหมูได้พลุมาเต็มๆ เพราะมุมที่อยู่เห็นพลุได้ชัดเจนมาก ผมก็นึกอยู่ในใจรู้งี้ไม่น่าเดินตามโปรโจ๊กไปเลย หึ หึ หึ อยู่กับโปรหมูน่าจะดีกว่า 5555 หลังจากนั้นเราทั้งสามคนก็ไปหาอะไรทานนั่งคุยกันต่อ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน
สรุปแล้วถ่ายพลุนี่มันยากกว่าที่คิดไว้เยอะ ไหนจะต้องเซทกล้องให้เป็น หามุมที่ดีๆ กะเวลาพลุมันจะขึ้น แถมกล้องที่ผมใช้อยู่มันไม่ชอบถ่ายกลางคืนด้วยเนี่ยซิประเด็นสำคัญ ยังไงๆก็ยังไม่ยอมแพ้ ซักวันนึงจะต้องถ่ายพลุให้ได้ ........ สู้ต่อไป ทาเคชิ




ตอบพร้อมอ้างข้อความ


ถ่ายครั้งแรกผมมีแต่พลุเส้นขาวๆ กับ ภาพควันเยอะๆ

Bookmarks