สมาชิกใหม่หลังจากยืนยันการลงทะเบียนแล้วให้มาแนะนำตัวที่ Chat ด้วย ทางผู้ดูและระบบจะต้องทำการอนุมัติการใช้งานเวปบอร์ดให้อีกครั้งหนึ่งครับ มีปัญหาการลงทะเบียน แจ้ง Moderators ที่ jinx965@gmail.com (hotmail อาจจะมีปัญหาไม่ได้รับ Mail ยืนยันการลงทะเบียน )

+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 1 จากทั้งหมด 3 หน้า 1 2 3 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 21

กระทู้: OneManTrip เชียงใหม่แบบจิ๊บๆ

  1. Question OneManTrip เชียงใหม่แบบจิ๊บๆ

    ตอนที่ 1 ก่อนเดินทาง

    9-10 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ... ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนดี​ ทริปเปิดนิทรรศการสุโขทัยก็​น่าไป ทริปเขาใหญ่ 40 นิ้วของท่านหมูก็น่าสน เกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง​ ... ไม่รู้จะเลือกรักใครดี ก็เลยขอรักตัวเองแทนละกัน ขอไปในที่ที่ตัวเองอยากไป ก็เลยมานั่งนึกว่าจะไปไหน เลยตัดสินใจนั่งรถไฟขึ้นเหนือดีกว่า อยากไปพักผ่อนสูดอากาศสดชื่​นๆบนยอดดอย ครั้นจะชวนใครไปเดี๋ยวก็จะห​าว่าบ้า ไปเชียงใหม่ไปเช้าเย็นกลับวันเดียวเนี่ยนะ จะได้อะไร เสียเวลาเดินทางเปล่าๆ แต่สำหรับผมแล้วการเดินทางเ​ปรียบเหมือนกำไรของชีวิต ออกไปมองโลกใหม่ๆ ได้เจอในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น แม้บางครั้งการเดินทางจะลำบ​าก ผมถือว่าก็ยังดีกว่านอนหายใ​จทิ้งอยู่ที่บ้านเฉยๆ การเดินทางขึ้นเหนือในครั้ง​นี้จึงเกิดขึ้น

    ผมวางโปรแกรมไว้ว่าจะออกเดิ​นทางเย็นวันเสาร์กลับเช้าวั​นจันทร์ ตั้งใจจะไปขุนตาน จ.ลำพูน และเดินทางต่อไป จ.เชียงใหม่ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ จึงเลยเช็คตารางเดินรถจากเว​บไซต์ของการรถไฟ ได้เวลาออกจากหัวลำโพงตอน 6 โมงเย็นของวันเสาร์ จะถึงสถานีขุนตานเช้าวันอาทิตย์ตอน 7 โมงพอดี
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:02 PM

  2. มาตรฐาน

    ตอนที่ 2 หัวลำโพง

    ผมไปถึงสถานีหัวลำโพงเวลา บ่าย 3 โมงกว่าๆ รีบไปจองตั๋วรถไฟ ได้ขบวนหมายเลย 1 เป็นรถตู้นอน 2 ชั้น และผมก็ตัดสินใจตีตั๋วล่วงหน้ากลับเลยดีกว่า เพราะไม่อยากยุ่งยากตอนขากลับ จึงสอบถามพนักงานที่รับจองตั๋ว ว่ารอบสุดท้ายที่ออกจากเชียงใหม่กี่โมง พนักงานฯก็ยิ้มถามว่า ไปเช้าเย็นกลับเหรอ ผมบอกใช่ครับ อยากนั่งรถไฟถ่ายรูปเล่นๆ เขาเลยแนะนำให้ผมจองรอบสามทุ่มออกจากเชียงใหม่ เป็นรถสปิิ๊นเตอร์ ออกจากเชียงใหม่ตอนสามทุ่มมาถึงกรุงเทพฯตอนเก้าโมงเช้าพอดี ผมว่าพนักงานของการรถไฟอัธยาศัยดีทุกคน ยิ้มแย้มและให้ความเป็นกันเองดีมาก

    ระหว่างรอเวลารถไฟออก ก็เลยเดินเล่นที่สถานี ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ เพราะเหลือเวลาเกือบสองชั่วโมง ระหว่างที่เดินถ่ายภาพ ก็นึกว่าจะเข้าไปถ่ายยังไงดีนะที่จะไม่โดนว่า ว่ามาถ่ายรูปเขาทำไม จะเอาไปทำอะไรเหรอ แต่ผมก็ยังเชื่อว่าคนไทยเป็นคนที่ยิ้มเก่งที่สุดในโลก ผมก็เลยยิ้มไว้ก่อนทุกครั้งก่อนที่จะเดินเข้าไปและขออนุญาติถ่ายภาพ บางคนก็ปฎิเสธ บางคนก็ให้ความร่วมมือดีมาก แถมยังตั้งท่าให้ผมอีก แต่บางภาพก็ไม่ได้ขอ แอบถ่ายเลย สนุกดีเหมือนกันนะครับ หัวลำโพงเป็นที่มาตั้งแต่เด็กๆ ได้เห็นในสิ่งที่เคยเห็นเป็นประจำ แต่บางครั้งก็มองข้ามมันไป ไม่เคยสนใจว่าใครมาทำอะไรหรือกำลังจะไปไหน แต่การถ่ายภาพก็ทำให้ผมได้คุยกับคนได้มากขึ้น ได้รู้จักคนมากขึ้น บางคนชวนผมนั่งคุยเกือบสิบนาที ได้หัวเราะได้เฮฮา ได้คุยในภาษาที่แตกต่าง เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็รู้ถึงมิตรภาพที่เขามีให้ นี่แหละอะไรที่มีมากกว่าการกดชัตเตอร์
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:03 PM

  3. มาตรฐาน

    ตอนที่ 3 เดินทาง

    พอถึงเวลาหกโมง เสียงประกาศจากสถานีบอกให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปเชียงใหม่ขึ้นรถไฟได้แล้ว ก่อนขึ้นผมเลยหาเสบียงเอาไว้กินรองท้องระหว่างอยู่บนรถไฟ ปรากฎว่าได้ชาเขียวกับกูลิโกะ เป็นอาหารเย็นของวันนี้ พอมาถึงที่นั่ง ก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เจอ ขบวนที่ผมนั่งนี้มีแต่ชาวต่างชาติเกือบทั้งขบวนเลย ในใจยังนึกอยู่เลยนี่เรากำลังรถยูโรสตาร์ จาก ลอนดอนไปปารีส หรือเปล่าเนี่ย ยิ่งชาวต่างชาติที่นั่งตรงข้ามผมน่ารักมาก ยิ้มเก่ง ชวนผมคุยด้วย แต่ก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ภาษาอังกฤษของผมก็ไม่ค่อยแข็งแรง แถมเธอยังเป็นคนฝรั่งเศสอีก ก็เลยพูดกันเป็นภาษามือเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งตอนถามว่าจะนอนชั้นหรือชั้นล่าง แอบมีมุขฮาๆเล็กน้อยอีกด้วย และตอนที่ผมเปิดกระเป๋าหยิบของ เธอถามผมว่าแล้วเสื้อผ้ายูไปไหนหมด ทำไมในกระเป๋ามีแต่กล้องกับเลนส์ ผมได้แต่ยิ้มๆ ไม่ได้ตอบอะไร ปล่อยให้เธองงต่อไป ได้เวลาสี่ทุ่ม พนักงานประจำตู้นอน ก็มาปรับที่นั่งของผม เป็นที่นอน 2 ชั้น คงหมดเวลาคุยต่อแล้ว ได้แต่ เซย์กู๊ดไนท์แล้วแยกย้ายกันไปนอน ผมได้นอนชั้นบน ตอนแรกก็นอนไม่หลับ แต่ก็ต้องนอนเพราะพรุ่งนี้ยังมีอะไรรออยู่อีกเยอะ ตื่นขึ้นมาอีกทีหกโมงเช้าเตรียมตัวลง พี่พนักงานก็มาถามว่ารีบตื่นมาทำไม ยังไม่ถึงครับ วันนี้รถไฟขบวนนี้ช้าเกือบหนึ่งชั่วโมง เท่ากับว่า ผมคงอดเก็บแสงเช้าที่ขุนตานแน่ๆ ก็เลยล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมเซทกล้องให้พร้อม
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:04 PM

  4. มาตรฐาน

    ตอนที่ 4 ขุนตาน

    ถึงสถานีขุนตานตอนแปดโมงเช้า ประตูรถไฟเปิดออก ก็มีเสียงโห่ร้องมาต้อนรับกันเกลียว โฮ่งๆๆๆๆๆ เสียงของสุนัขเกือบสิบชีวิต มารุมต้อนรับผมอย่างอบอุ่น นายสถานีที่นี่ ก็ตะโกนมาบอกผมว่า มันไม่กัดหรอก มันมาขออาหาร ไม่ต้องกลัว เห่าเป็นอย่างเดียว แต่ยังไงผมก็ยังกลัวอยู่ดี ระหว่างที่กล้าๆกลัวๆอยู่นั้น ผมมองไปข้างหน้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าผม เป็นหมอกตอนเช้าที่ยังลอยอยู่เต็มหน้าสถานีรถไฟ ยังไงต้องไปเก็บภาพนี้ให้ได้ ตัดสินใจเดินฝ่าฝูงคณะที่มาต้อนรับผมไปอย่างรวดเร็ว .... หลังจากเก็บภาพได้ไม่นานหมอกก็หายไปพร้อมกับแสงแดดที่ส่องลงมา

    อุโมงค์ขุนตานตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติขุนตาน และอุทยานที่นี่เป็นอุทยานแห่งเดียวที่สามารถเดินทางมาด้วยรถไฟ อุโมงค์ขุนตาน เป็นอุโมงค์ทางรถไฟลอดผ่านที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ไหนๆก็มาถึงอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดแล้ว ตั้งใจจะเดินลอดไปอีกทาง แต่อุโมงค์นี้มีความยาวถึง 1,352.15 เมตร แถมยังมืดอีกต่างหาก ถ้ารถไฟมาผมคงวิ่งหนีไม่ทันแน่ๆ เลยถอดใจไม่เอาดีกว่า ขอเดินเล่นถ่ายภาพอย่างเดียว ระหว่างอยู่ที่สถานีขุนตานก็เก็บภาพหามุมตั้งกล้อง และถามนายสถานีว่าเวลาที่รถไฟจะเข้ามาที่สถานีทั้งขาขึ้นและขาล่องกี่โมง จะได้มาตั้งกล้องถูกเวลา และผมก็หาอะไรใส่ท้องซักหน่อย มองไปมองมาเจอแม่ค้าขายเหนียวไก่ย่างที่มาขายให้กับคนบนรถไฟ รีบตรงไปสั่ง ไก่ 2 เหนียว 1 ระหว่างที่กำลัง ทานอาหารเช้าอยู่ คณะที่มาต้อนรับก็มารุมล้อมผมอีกครั้ง เก็บเศษที่เหลือซะเกลี้ยงเลย หลังจากนั้นผมก็เดินเก็บภาพไปเรื่อยๆ รอเวลาขึ้นรถไฟที่จะเดินทางต่อไปยัง จ.เชียงใหม่
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:09 PM

  5. มาตรฐาน

    ตอนที่ 5 เก็บข้อมูล

    11:22 ปู๊นๆ เสียงหวูดของรถไฟดังออกมาจากอุโมงค์ คงได้เวลาที่ผมคงต้องลาขุนตานออกเดินทางต่อไปเชียงใหม่แล้ว

    รถไฟที่มาเป็นรถไฟชั้น 3 ค่าโดยสาร 15 บาท จากขุนตาน ไป เชียงใหม่ ขึ้นมาก็เจอฝรั่งเต็มรถไปหมดอีกเช่นเดิน ไม่รู้จะไปนั่งตรงไหนดี เลยเดินไปนั่งกินน้ำที่ตู้เสบียง ระหว่างอยู่บนรถ ผมเริ่มหาข้อมูลท่องเที่ยวในทันที ถามพี่ๆพนักงานบนรถว่า ถ้าผมมีเวลาครึ่งวันผมสามารถไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง พี่ๆพนักงานก็ใจดี ให้ข้อมูลของผมมาพอสมควร เขาบอกว่า ไปดอยสุเทพ ไปดูหลินปิง ไปซื้อของที่ถนนคนเดิน และไปเดินเล่นต่อที่ไนท์บาซาร์ โห..ทำไมครึ่งวันโปรแกรมมันเยอะขนาดนี้ ผมรีบจดทุกอย่างที่พี่ๆแนะนำลงในสมุดโน๊ต

    เที่ยงสี่สิบ ก็มาถึงสถานีเชียงใหม่เรียบร้อย ระหว่างที่กำลังเดินไปหารถ ก็มีพี่ๆสองแถวที่มาจอดรถรอที่สถานี เดินเข้ามาหา ถามว่าจะไปไหน ผมบอกว่าจะไปสวนสัตว์ พี่สองแถวบอกว่า 150 บาท โห ทำไมแพงจัง ก็เข้าใจว่าเรียกในนี้คงมีค่าหัวคิวแน่ๆ เลยบอกปฎิเสธไป และเดินออกมาหาสองแถวด้านนอกสถานีเผื่อจะถูกกว่า และแล้วก็มีสองแถวที่วิ่งวนรอบเมือง ผมถามว่าไปสวนสัตว์คิดเท่าไหร่ ปรากฏว่าเหลือแค่ 40 บาทเอง ระหว่างนั่งรถพี่เขาก็แวะรับคน วนไปวนมา ไม่ถึงสวนสัตว์ซะที ก็เข้าใจว่าคงเขาแวะรับคนไปเรื่อยๆ สะดวกตรงไหนก็ไปส่งตรงนั้นก่อน แต่ก็ถือโอกาสเที่ยวในตัวอำเภอเมืองใหม่เลยละกัน พอผู้โดยสารคนอื่นๆลงจากรถหมด ผมตัดสินใจเหมารถคันนี้ไปเลยดีกว่า สังเกตุจากการขับรถขับดีแถมมีน้ำใจ ผมก็เดินไปเจรจา ถ้าเหมาขึ้นดอยสุเทพคิดเท่าไหร่ ราคาที่บอกมาผมพอรับได้ แถมพี่สองแถวบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปเที่ยว 3 ดอยเลย คือ ดอยสุเทพ ดอยภูพิงค์ ดอยปุย อืม..ไม่เลวเหมือนกัน ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องต่อรถ ไม่ต้องรอรถเต็ม เหมาไปคันเดียวคนเดียว แถมยังมีคนพาเที่ยวอีก จึงตัดสินใจเหมารถไป ระหว่างทางก็เก็บข้อมูลต่างๆจากพี่คนขับไปด้วย
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:05 PM

  6. มาตรฐาน

    ตอนที่ 6 ภูพิงค์

    หลังจากจากที่ วนไปวนมาอยู่สักพัก บ่ายสองโมงเดินทางมาถึงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ หรือที่ชาวบ้านที่นี่เรียกกันว่าดอยภูพิงค์ เป็นพระตำหนักประทับแปรพระราชฐานของของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปิดให้เข้าชมทุกวัน พระตำหนักฯอยู่ห่างจากดอยสุเทพ 4 กม.

    หลังจากก้าวลงรถ ด้วยความที่ไม่เคย ผมเดินตรงผ่านเข้าประตูไป เจ้าหน้าที่วิ่งตามมาบอกให้ไปซื้อบัตรผ่านประตูก่อน จึงต้องเดินย้อนกลับมาที่ขายบัตรฯ ค่าเข้าชมสถานที่ 20 บาท ก็ถือว่าไม่แพง เวลาเดินต้องวนไปทางขวา แต่ไม่ต้องกลัวหลงจะมีเจ้าหน้าที่บอกทางอยู่เป็นระยะๆ แต่ถ้าอยากไม่อยากเดินจะมีรถกอล์ฟบริการ ระหว่างทางเดินจะมีไม้ดอกปลูกมากมายหลายชนิด ส่วนภายในพระตำหนักนั้นห้ามเข้า อนุญาติให้ชมได้แต่เพียงภายนอกเท่านั้น

    อากาศที่นี่เย็นสบายมีหมอกลงค่อนข้างหนา ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาสูดอากาศให้เต็มปอด แต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะหยิบกล้องออกมาบันทึกภาพ โดยเฉพาะดอกไม้ที่นี่สวยงามและแปลกตา ใช้เวลาเดินรอบบริเวณพระตำหนักประมาณหนึ่งชั่วโมง
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:06 PM

  7. มาตรฐาน

    ตอนที่ 7 ดอยปุย

    บ่ายสามโมงกว่าผมก็เดินทางมาถึงดอยปุย อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นสบายมีหมอกปกคลุมตลอดเวลา ดอยปุยอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย แต่ส่วนที่ผมจะไปคือหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง พอก้าวลงจากรถ สิ่งแรกที่เห็นคือร้านกาแฟอราบิก้าดอยปุย เห็นแล้วก็อดใจไม่ไหวต้องขอเข้าไปชิมซะหน่อย การที่ได้จิบกาแฟร้อนๆบนยอดดอยเย็นๆ ช่างมีความสุขจริงๆ ขณะที่นั่งจิบกาแฟอยู่ก็มีเสียงลอยมาถามว่า " ต้องการไกด์นำเที่ยวไหมคะ " ผมหันไปก็พบกับ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแต่งตัวในชุดชาวเขา เดินเข้ามาพร้อมกับแนะนำตัวว่า "ชื่อน้องหยกนะคะ" ผมถามกลับไปว่าน้องหยกถ่ายรูปเป็นมั๊ย น้องหยกก็ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เป็นคะ" แบบนี้ต้องขอลองวิชาซักหน่อย ผมส่งโทรศัพท์มือถือให้น้องหยกถ่ายภาพผมกับร้านกาแฟ ปรากฏว่าถ่ายเป็นจริงๆ การจัดองค์ประกอบใช้ได้เลยทีเดียว ผมรีบตอบตกลงในทันที เพราะอย่างน้อยผมก็จะได้มีช่างภาพประจำตัวแล้ว น้องหยกก็พาผมเดินชมหมู่บ้าน ในหมู่บ้านจะมีร้านขายของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สินค้าพื้นเมืองต่างๆ และน้องหยกยังพาไปชมสวนดอกไม้ที่ชาวบ้านปลูกไว้ ไปดูต้นฝิ่น ต้นกัญชา ที่ปลูกไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม .. ผมรู้สึกประทับใจความขยันของน้องหยก วันหยุดรู้จักหารายได้มาเป็นค่าขนม ค่าใช้จ่ายที่โรงเรียน ก่อนจากผมจึงขอถ่ายรูปคู่กับน้องหยกไว้เป็นที่ระลึก ผมใช้เวลากับที่นี่เกือบ 1 ชั่วโมง คงต้องออกเดินทางต่อแล้
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:06 PM

  8. มาตรฐาน

    ตอนที่ 8 ดอยสุเทพ

    เดินทางออกจากดอยปุยสี่โมงเย็น มุ่งหน้าดอยสุเทพ ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว ระหว่างทางพี่คนขับรถถามผมว่าฝนตกแบบนี้จะถ่ายภาพได้เหรอ แต่ถ้าถ่ายไม่ได้จะไปสวนสัตว์เลยดีกว่ามั๊ย ผมบอกไปว่าไหนๆก็มาแล้วขอขึ้นไปนมัสการพระธาตุสักหน่อย แต่ถ้าถ่ายไม่ได้จริงๆจะรีบลงมา เลยนัดแนะกันเรียบร้อยว่าถ้าผมโทรมาหาเมื่อไหร่ก็ให้เอารถมารับตรงที่ผมลงรถแล้วกัน ผมก็จัดแจงหยิบถุงดำมาห่อกระเป๋ากล้องไว้ก่อน ส่วนกล้องไม่น่าจะเป็นไร จุ่มน้ำยังเคยมาแล้ว ฝนตกแค่นี้คงพอรับมือไหว

    ผมโดนอำตอนอยู่บนรถ พี่สามารถบอกว่าการขึ้นดอยสุเทพมีให้เลือกสองทางคือใช้พลังขากับพลังนิ้ว ( อ้อ..ผมลืมบอกไปว่าคนที่มาขับรถให้ผมชื่อพี่สามารถ ) ตอนแรกผมก็งงๆ พลังขาพอเข้าใจ แต่พลังนิ้วมันคืออะไร ถามไปถามมาพี่สามารถก็บอกใช้ลิฟท์ขึ้นไปไงครับ ผมก็เลยถึงบางอ้อว่าพลังนิ้วคืออะไร ผมเลยเลือกพลังนิ้วดีกว่า แต่จริงๆแล้วไม่ต้องใช้เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยกดลิฟท์ให้ หรือพี่สามารถจะพูดถึงตอนที่ผมเอานิ้วคีบเงิน 20 บาท ออกจากกระเป๋าเพื่อซื้อค่าตั๋วกันแน่

    เมื่อซื้อตั๋วเสร็จก็เดินไปเข้าคิวที่หน้าลิฟท์ ผมนึกถึงตอนสมัยเด็กๆที่มาดอยสุเทพครั้งแรก จำได้ว่าเดินเหนื่อยมากกว่าจะถึงยอดดอยสุเทพ ไม่เหมือนตอนนี้ผมใช้เวลาอยู่ในลิฟท์ไม่ถึงสองนาทีก็มาถึงแล้ว พอมาด้านบน ฝนก็ยังคงตกอยู่ ผมเลยมานั่งพักที่ศาลาภายในพระธาตุ ระหว่างนั้นผมเห็นชายหญิงคู่หนึ่ง ยืนตากฝนถ่ายรูป มองไปมองมาจำได้ว่าผมเคยเจอที่พระตำหนักภูพิงค์ ที่จำได้ก็เพราะว่าทั้งสองคนใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ ผมเลยเข้าไปทักว่าจำผมได้ไหมที่เดินสวนกันที่ภูพิงค์ น้องผู้ชายบอกว่าจำได้ๆ พี่ที่ใส่หมวกสีแดงๆ คุยกันซักพัก ผมเลยเสนอตัวที่จะถ่ายรูปแล้วเดี๋ยวผมส่งทางอีเมล์ไปให้ ทั้งสองคนยิ้มและรีบตอบตกลงในทันที นี่แหละประโยชน์ของการถ่ายภาพ นอกจากที่ทำให้เรามีความสุข ก็ยังสามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้ด้วย (ตอนนี้ส่งเมล์ไปให้เรียบร้อย และทั้งสองก็ตอบขอบคุณมาด้วย) ก่อนที่ทั้งสองจะลาผม ยังชวนผมกลับเข้าไปในตัวเมืองด้วยกัน แต่ผมบอกไม่เป็นไรผมเหมารถเรียบร้อยแล้ว

    หลังจากนั้นผมเดินเก็บภาพรอบพระธาตุฯ แวะทำบุญ ไหว้พระ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ หนึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะลงก็ไม่ลืมแวะจุดชมวิวบนดอยสุเทพ ที่สามารถมองเห็นวิวตัวเมืองเชียงใหม่ได้ทั้งหมด
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:08 PM

  9. มาตรฐาน

    ตอนที่ 9 ผิดแผน

    เมื่อออกจากดอยสุเทพ พี่สามารถรีบบึ่งรถลงมาเพื่อที่จะได้มาส่งผมไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ได้ทัน เพราะผมอยาดูหลิงปิงตัวเป็นๆมานานแล้ว ได้แต่นั่งดูผ่านจอโทรทัศน์ มาถึงเกือบจะหกโมงแล้ว มองดูนาฬิกาไม่น่าจะทัน เสียดายจริงๆอดดูหลินปิงเลย ถ้าไม่แวะขุนตานผมคงมีเวลามากกว่านี้ ก็เลยเปลี่ยนแผนกระทันหัน ผมถามพี่สามารถว่ามีวัดอะไรที่เป็นวัดดังประจำจังหวัด พี่สามารถแนะนำให้ไปวัดพระสิงห์ วัดอารามหลวงของจังหวัดเชียงใหม่ และที่สำคัญใกล้กับถนนคนเดินด้วย งั้นไม่ดูหลินปิงก็ได้ ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสคงได้พบกันแน่ๆเจ้าหมีน้อย

    เมื่อมาถึงวัดพระสิงห์ก็ได้เวลาที่จะร่ำลาพี่สามารถโชเฟอร์คู่ใจของผมสำหรับทริปนี้แล้ว ผมขอบคุณที่ช่วยพาผมไปยังสถานที่ต่างๆและให้ความรู้กับผมมากมาย ถ้ามีโอกาสคงจะได้ใช้บริการกันอีก พี่สามารถยื่นเบอร์โทรศัพท์ให้และบอกกับผมว่ามาคราวหน้าอย่าลืมเรียกใช้บริการพี่อีกนะ ผมตอบได้เลยครับพี่

    มาถึงวัดพระสิงห์ตอนหกโมงเย็น จริงๆแล้วผมขอสารภาพว่าไม่รู้จักวัดพระสิงห์เลย แต่เมื่อได้อ่านประวัติ ก็รู้ว่าที่นีเป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา แต่ปัจจุบันพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล ส่วนพระสิงห์ที่ประดิษฐานที่วัดแห่งนี้เป็นพระพุทธรูปจำลอง

    ใช้เวลาอยู่ในวัดได้ไม่นาน ท้องฟ้าเริ่มที่จะมืด แสดงว่าเวลาของการเดินทางในเมืองเชียงใหม่คราวนี้เหลือไม่มากแล้ว เลยต้องรีบทำเวลา เพราะอยากจะใช้เวลาที่ถนนคนเดินมากหน่อย
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:09 PM

  10. มาตรฐาน

    ตอนที่ 10 ถนนคนเดิน


    ออกจากวัดพระสิงห์ เดินข้ามถนนก็จะถึงจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้แล้ว " ถนนคนเดิน " แสงสียามค่ำคืนของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ๆคนในจังหวัดออกมาขายของออกมาทำกิจกรรมต่างๆ โดยส่ีวนตัวผมชอบที่มาก ไม่เหมือนตลาดอื่นๆที่เคยไป มีสินค้ามากมายโดยเฉพาะสินค้าแฮนด์เมด อาหาร ขนม ซาลาเปา ของฝากของที่ระลึกต่างๆ มีบริการนวดฝ่าเท้าซึ่งจะมีชาวต่างชาติอุดหนุนกันแน่นร้าน ร้านบอดี้เพ็นท์ ดนตรีเปิดหมวก การทำกิจกรรมต่างๆนักเรียนนักศึกษา และอื่นๆอีกมากมาย ถ้าจะให้บรรยายก็คงจะไม่หมด แต่ที่แน่ๆ ผมมองหาแผ่นผีซีดีเถื่อนไม่เจอ

    ระหว่างเดินถ่ายภาพ เดินชิม เดินช๊อป ฝนเริ่มลงเม็ดอีกแล้ว ผมรีบคว้าร่มออกมา พร้อมกับพ่อค้าแม่ค้าก็กางร่มเช่นกัน คนที่มาเดินต่างก็วิ่งหลบฝน บางคนก็หยิบเสื้อกันฝนมาใส่ เมื่อทุกคนปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวเรียบร้อย ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ใครใคร่ค้า-ค้า ใครใคร่ช๊อป-ช๊อป ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมว่าคงเป็นเรื่องปกติของที่นี่ เพราะเห็นทุกคนยังมีรอยยิ้มกันเหมือนเดิม ส่วนตัวผมเดินเก็บภาพ หาของกินระหว่างทางไปเรื่อย เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก มองนาฬิกาอีกทีเกือบสองทุ่มแล้ว อยากจะเดินเที่ยวต่อเพราะยังสนุกอยู่เลย แต่คงจะต้องออกเดินทางต่อแล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงตกรถไฟแน่ๆ
    Attached Images
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย shutter_oly : 22-07-2011 เมื่อ 18:10 PM

+ ตอบกลับกระทู้

Bookmarks

Bookmarks

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด