สมาชิกใหม่หลังจากยืนยันการลงทะเบียนแล้วให้มาแนะนำตัวที่ Chat ด้วย ทางผู้ดูและระบบจะต้องทำการอนุมัติการใช้งานเวปบอร์ดให้อีกครั้งหนึ่งครับ มีปัญหาการลงทะเบียน แจ้ง Moderators ที่ jinx965@gmail.com (hotmail อาจจะมีปัญหาไม่ได้รับ Mail ยืนยันการลงทะเบียน )

+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 1 จากทั้งหมด 3 หน้า 1 2 3 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 26

กระทู้: โหมโรงทริปถ่ายภาพน้ำตกเอราวัญ ตอนที่ 1 ถ่ายภาพน้ำตกกันอย่างไร

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน โหมโรงทริปถ่ายภาพน้ำตกเอราวัญ ตอนที่ 1 ถ่ายภาพน้ำตกกันอย่างไร

    เอาเรื่อง ดี ๆ มาบอกต่อ จากพี่โก๊ะ
    อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
    1. กล้องชนิดใดก็ได้ครับ compact หรือ dslr
    2. ขาตั้งกล้อง
    3. สายกดชัตเตอร์
    4. C-PL FILTER (ถ้ามี)
    5. เสื้อกันฝน ร่ม
    6. รองเท้าเดินป่า (ถ้ามี)

    การถ่ายภาพน้ำตก มิใช่เรื่องยากอะไรนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียวหากผู้ถ่ายภาพไม่ได้ต้องการภาพน้ำตกให้ออกมา เหมือนภาพถ่ายทั่ว ๆ ไปที่กล้องประเภทพกง่ายถ่ายสะดวกก็ถ่ายได้ หากต้องการภาพน้ำตกสวย ๆ ผู้ถ่ายภาพต้องรู้วิธีเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ การควบคุมช่องรับแสง วัดแสงให้ถูกต้องกับภาพที่ต้องการ ที่เหลือคือเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การใช้ฟิลเตอร์ การจัดองค์ประกอบภาพ หรือการรอจังหวะแสง ก็จะได้ภาพน้ำตกสวย ๆ กลับมาเชยชม
    Attached Images  

  2. #2
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    เตรียมตัวออกไปถ่ายภาพน้ำตก
    โดยปกติ น้ำตกต่าง ๆ จะมีน้ำมากและดูสวยเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว บางแห่งอาจจะมีน้ำเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักในฤดูฝนเท่านั้น การจะไปถ่ายภาพน้ำตกแต่ละแห่งจึงควรเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตกนั้น ๆ ไปก่อนด้วยว่า ช่วงที่จะไปมีน้ำหรือไม่ หรือเมื่อไรน้ำจะมาก การเดินทางเข้าไปต้องทำอย่างไร มีอันตรายอะไรที่ต้องระวัง น้ำตกหลายแห่งช่วงที่น้ำมากจะอันตรายมาก เจ้าหน้าที่จะไม่ได้อนุญาติให้เดินทางเข้าไป ส่วนน้ำตกอีกหลายที่เมื่อเวลาน้ำมากจะไม่สวยเท่าปริมาณน้ำอยู่ในระดับกลาง ๆ เช่น น้ำตกเหวสุวัติ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งน้ำตกหลายแห่งจะมีน้ำเฉพาะช่วงฝนตกเท่านั้น หากฝนขาดช่วงไม่กี่วันน้ำจะเหลือน้อยทันที เช่น น้ำตกที่ภูกระดึง ก่อนไปถ่ายภาพจึงควรเสาะหาข้อมูลเสียก่อนเพื่อจะได้ไปไม่เสียเวลาในการเดิน ทางไปเปล่า ๆ น้ำตกที่อยู่กลางป่ามักจะมีความงดงามมากเป็นพิเศษจากสภาพแวดล้อมที่ดูร่ม รื่นเขียวขจี เช่น น้ำตกทีลอซู น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกแม่ยะ หากต้องการภาพน้ำตกสวย ๆ จึงยากที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านป่าเขาไปหาน้ำตกสวย ๆ เหล่านั้น ซึ่งน้ำตกหลายแห่ง ถึงแม้จะอยู่กลางป่า แต่ก็เดินทางเข้าไปถึงได้อย่างง่ายดาย มีถนนหนทางและทางเดินสะดวกสบาย แต่หลายแห่งก็ต้องใช้ความมานะอุตสาหะเป็นอย่างสูงในการเดินทางเข้าไปให้ถึง บางครั้งไปถึงแล้วในตกหนักไม่สามารถถ่ายภาพได้ก็มีให้เห็นเป็นประจำ ความประทับใจในการถ่ายภาพน้ำตกอาจจะไม่ได้อยู่ที่ภาพน้ำตกสวย ๆ แต่อาจมาจากการเดินทางอันยากลำบากนั้นเอง
    Attached Images  
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย eyejung : 27-08-2009 เมื่อ 12:47 PM

  3. #3
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    เมื่อจะต้องเข้าป่าไปหาน้ำตกสวย ๆ หรือต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่อาจคาดเดาได้ นอกจากการนำกล้องถ่ายภาพและเลนส์ติดตัวไปแล้ว ควรมีการเตรียมตัวในการออกไปถ่ายภาพเพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะได้ภาพสวย ๆ กลับมาอย่างแน่นอน และอุปกรณ์จะอยู่รอดปลอดภัยตลอดการเดินทาง
    สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยในการถ่ายภาพน้ำตก
    1.เสื้อกันฝน สำหรับคลุมตัวและกระเป๋ากล้องไม่ให้เปียกฝนระหว่างการเดินทาง
    2.ถุงพลาสติก สำหรับคลุมกล้อง กระเป๋ากล้อง หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จากฝนและละอองน้ำขณะใช้งาน
    3.ผ้าขนหนูผืนเล็ก หรือผ้าอะไรก็ได้ที่ซับน้ำได้ดี สำหรับเช็ดภายนอกตัวกล้องและเลนส์เวลาที่เลนส์โดนน้ำ
    4.กระเป๋า กล้อง ควรใช้กระเป๋ากล้องคุณภาพดี แบบที่สามารถกันน้ำกันฝนได้ ถ้าเป็นกระเป๋าคุณภาพต่ำเวลาโดนน้ำ น้ำจะสามารถซึมเข้าไปภายในกระเป๋าได้ ทำให้กล้องและเลนส์ที่อยู่ภายในมีโอกาสเสียหายได้ง่ายมาก และยังทำให้ภายในกระเป๋าชื้น กล้องพวกไฟฟ้ามีโอกาสทำงานผิดปกติและเลนส์ขึ้นราได้หากเก็บกล้องเอาไว้เป็น เวลานาน
    5.ผ้าเช็ดเลนส์ สำหรับเช็ดฟิลเตอร์และชิ้นเลนส์เมื่อเลนส์โดนละอองน้ำ จะใช้ผ้าหนังแกะ หรือผ้าแบบไมโครไฟเบอร์ก็ได้
    6.ฟิลเตอร์ป้องกันหน้าเลนส์ จะเป็นฟิลเตอร์ UV หรือ Skylight ก็ได้ จะช่วยไม้ให้ละอองน้ำโดนหน้าเลนส์โดยตรง
    7.ขาตั้งกล้องและสายกดชัตเตอร์
    8.เลนส์ เลนส์ควรเป็นเลนส์มุมกว้างอย่างน้อย 21 มม.ขึ้นไปจะเป็นช่วงที่ใช้งานบ่อย ส่วนเลนส์เทเลโฟโต้จะสามารถเจาะถ่ายภาพเฉพาะส่วนหรือถ่ายภาพน้ำตกจากระยะไกล ได้ดี
    9.ฟิลเตอร์ ND และฟิลเตอร์ PL ฟิลเตอร์ PL เป็นฟิลเตอร์สำหรับตัดแสงสะท้อนใบไม้ ทำให้ใบไม้มีสีเขียวเข้ม รวมทั้งตัดแสงสะท้อนน้ำ แสงสะท้อนจากก้อนหิน ช่วยให้ภาพมีสีเข้มขึ้น และยังช่วยลดแสงประมาณ 1.5-2 stop ทำให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำลงเพื่อให้น้ำดูนุ่มนวล ส่วนฟิลเตอร์ ND ใช้ในการลดแสงเพื่อลดความเร็วชัตเตอร์ลงเพียงอย่างเดียว
    Attached Images  
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย eyejung : 28-08-2009 เมื่อ 08:50 AM

  4. #4
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    นอกจากกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ควรเตรียมไปแล้ว นักถ่ายภาพยังต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการเดินทางด้วย โดยเฉพาะการแต่งตัว เช่น รองเท้า ควรเป็นรองเท้าที่เหมาะกับการเดินป่า พื้นควรเป็นยางเนื้อนิ่มจะสามารถเกาะหินและพื้นลื่น ๆ ได้ดี ดอกยางรองเท้าควรเป็นดอกหยาบและเป็นบั้งใหญ่ ๆ เพื่อให้สามารถเกาะพื้นที่เป็นดินเหนียวหรือโคลนได้ดี ไม่ควรใช้รองเท้ากีฬาแบบพื้นเรียบดอกละเอียดจะลื่นได้ง่าย ใส่เสื้อผ้ารัดกุมมิดชิด โดยเฉพาะการเดินทางสู่น้ำตกที่มีสัตว์หรือแมลงที่เป็นอันตราย เช่น ทาก หรือถ้าเป็นการเดินทางกลุ่มใหญ่และไปในที่อันตราย อาจจะมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นติดไปด้วย
    การเดินในเส้นทางที่อันตราย ควรใช้ความระมันระวังสูงมาก ๆ หากประมาทนั้นหมายถึงการเจ็บตัวหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพเสียหาย และอย่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
    Attached Images  

  5. #5
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    พื้นฐานการถ่ายภาพน้ำตก
    การถ่ายภาพน้ำตกจะมีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ นอกเหนือไปจากเรื่องของทิศทางของแสง และการจัดองค์ประกอบ คือ
    1. การเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ หลักการพื้นฐานคือ ความเร็วชัตเตอร์สูงจะหยุดสายน้ำให้นิ่ง ส่วนความเร็วชัตเตอร์ต่ำจะทำให้สายน้ำดูพลิ้วไหวและนุมนวนเป็นหลัก จะเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ระดับใดขึ้นกับว่าช่างภาพต้องการให้สายน้ำออกมา เป็นอย่างไรเป็นสำคัญ สายน้ำนุ่มๆ จะทำให้น้ำตกดูเล็ก ไม่แข็งกร้าว เหมาะกับน้ำตกที่มีน้ำไม่มากเกินไปนัก ส่วนความเร็วชัตเตอร์สูงทำให้น้ำตกดูรุนแรง เหมาะกับน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีพลังมากๆ
    Attached Images  
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย eyejung : 27-08-2009 เมื่อ 12:56 PM

  6. #6
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    ระดับความเร็วชัตเตอร์ที่ทำให้สายน้ำหยุดนิ่งหรือพลิ้วไหวไม่สามารถระบุออก มาได้ว่าเป็นเท่าไร เพราะขึ้นกับปัจจัยหลายประการ เช่น ปริมาณน้ำ ความเร็วของสายน้ำ เลนส์ที่ใช้ เป็นต้น ถ้าสายน้ำไหลเร็ว รุนแรง น้ำมีปริมาณมาก หรือใช้เลนส์เทเลโฟโต้ การจะจับภาพให้หยุดนิ่งจะต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงมาก เช่น 1/1,000 วินาที เป็นต้น ในขณะที่สายน้ำซึ่งไหลเอื่อยอาจจะใช้ความเร็วชัตเตอร์เพียง 1/125 วินาทีก็สามารถหยุดภาพได้ สำหรับมือใหม่ควรจะเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ไว้หลาย ๆ ระดับจะได้มีรูปให้เลือกหลาย ๆ แบบ
    Attached Images  

  7. #7
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    2. การเลือกใช้ขนาดช่องรับแสง ช่องรับแสงแคบจะให้ช่วงความชัดหรือ Depth of Field มากกว่าช่องรับแสงกว้าง โดยปกติการถ่ายภาพน้ำตกจะต้องการภาพที่ชัดตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง เพื่อให้ได้ภาพใกล้เคียงตาเห็นมากที่สุด ควรเลือกใช้ช่องรับแสงปานกลางถึงแคบเป็นหลัก เช่น f/8 , f/11 , f/16 ทั้งนี้ขึ้นเลนส์และระยะชัดด้วย
    Attached Images  

  8. #8
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    3. การวัดแสง การถ่ายภาพน้ำตกมักจะเจอปัญหาเรื่องการวัดแสงค่อนข้างมาก หากภาพมีส่วนที่เป็นสายน้ำสีขาวมาก ภาพมักจะมืดกว่าปกติ ทำให้สายน้ำไม่ขาว ส่วนภาพที่มีส่วนต้นไม้ในเงา หรือมีหินสีเข้ม ๆ มาก ภาพมักจะสว่างมากกว่าปกติ รวมทั้งมักจะมีแดดส่องเป็นส่วนๆ แสงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ภาพมืดสว่างเป็นส่วนๆ อีกด้วย
    Attached Images  

  9. #9
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    กล้องดิจิตอลจะมีระบบวัดแสงให้เลือกใช้อยู่ 3 ระบบใหญ่ ๆ คือ ระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่(Multi-segment light metering) ระบบวัดแสงเฉพาะจุด(Spot light metering) และระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง(Center-weight average light metering) หากเป็นมือใหม่แนะนำให้ใช้ระบบวัดแสงแบบแบ่งพื้นที่ จะสามารถแก้ปัญหาภาพมือหรือสว่างเกินไปได้ดีโดยที่ไม่ต้องไปปรับแก้ค่าการ เปิดรับแสงมากนัก แต่ต้องดูค่า Histogram อย่าให้ส่วนสว่างโดยเฉพาะบริเวณสายน้ำตกสว่างเกินไป ส่วนมืดไม่ต้องกังวลมากเพราะสามารถดึงรายละเอียดขึ้นได้ไม่ยากเท่าไรนัก
    Attached Images  

  10. #10
    สมัครเมื่อ
    Jun 2006
    ที่อยู่
    BKK
    โพส
    1,935

    มาตรฐาน

    สำหรับระบบวัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง หากมีสายน้ำสีขาวมาก ๆ ในภาพต้องเปิดรับแสงเพิ่มกว่าที่วัดได้ประมาณ 0.5-1.5 stop และถ้ามีส่วนต้นไม้มืด ๆ หรือหินสีเข้ม ๆ มาก ๆ ควรลดค่าการเปิดรับแสงลงจากที่วัดได้ 0.5-2stop และควรดูค่า Histogram เช่นเดียวกัน
    Attached Images  

+ ตอบกลับกระทู้

กระทู้ที่คล้ายกัน

  1. Aperture ตอนที่ 1
    โพสโดย eyejung ในฟอรั่ม Digital ClassRoom
    ตอบกลับ: 6
    โพสล่าสุด: 29-09-2009, 10:38 AM
  2. ตอบกลับ: 46
    โพสล่าสุด: 16-09-2008, 00:53 AM
  3. ตอบกลับ: 50
    โพสล่าสุด: 31-05-2008, 09:53 AM

Bookmarks

Bookmarks

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด